อากาศร้อนชื้น ฝุ่นละอองขนาดเล็กในหน้าแล้ง บันไดวัดสูงลิบ: ประเทศไทยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อปอดที่เหนื่อยล้า แต่การเที่ยวไทยเมื่อหายใจไม่อิ่มก็เป็นไปได้จริง ถ้าเลือกช่วงเวลาให้ดีและรู้เคล็ดลับนิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็นหอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคปอด อายุที่มากขึ้น หรือช่วงพักฟื้น คู่มือนี้เขียนเพื่อคุณ Mr Schaka อยู่กับโรคพังผืดในปอดและเดินทางในประเทศไทยมาหลายปี จนเขียนเป็นหนังสือได้หนึ่งเล่ม
เที่ยวไทยเมื่อหายใจไม่อิ่ม: เริ่มที่แพทย์ของคุณก่อน
ขอบอกให้ชัดตั้งแต่ต้น: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ก่อนจองอะไรก็ตาม ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอดหรือแพทย์ประจำตัวของคุณ มีแต่แพทย์เท่านั้นที่บอกได้ว่าเที่ยวบิน ความร้อน และมลพิษเหมาะกับคุณหรือไม่ ควรไปช่วงไหน และต้องเตรียมอะไร เนื้อหาที่เหลือเป็นเรื่องการจัดการล้วน ๆ
Mr Schaka เล่าการเดินทางของตัวเองกับโรคพังผืดในปอดไว้ใน ฤดูแห่งลมหายใจ เรื่องจริง ในเรื่องนั้น บันไดเวียนแคบ ๆ ก็กลายเป็นตัวละครตัวหนึ่งได้เลย
เลือกฤดูกาลให้ถูก: ไม่ร้อนจัด ไม่มีหมอกควัน
ในประเทศไทย ฤดูที่ดีที่สุดสำหรับปอดไม่จำเป็นต้องเป็นฤดูในโบรชัวร์ มีสองช่วงที่ต้องระวัง:
- หน้าร้อน มีนาคมถึงพฤษภาคม เมษายนมักเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด ในกรุงเทพฯ อุณหภูมิสูงสุดอยู่ราว 35 ถึง 36 องศาเซลเซียส และกลางคืนก็ยังร้อน การเดินตอนเที่ยงกลายเป็นกีฬาต่อสู้
- ฤดูฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ มลพิษจะสูงขึ้นในช่วง “หน้าหนาว” โดยประมาณธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ บางปีลากยาวถึงมีนาคม ส่วนภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย) การเผาในภาคเกษตรและไฟป่าทำให้ PM2.5 สูงส่วนใหญ่ช่วงมกราคมถึงมีนาคม และมักต่อเนื่องถึงเมษายน
ที่ย้อนแย้งคือ เดือนที่อากาศสบายที่สุดก็เป็นเดือนที่ฝุ่นมากที่สุดด้วย หน้าฝน (ราวมิถุนายนถึงตุลาคม) และเดือนพฤศจิกายนมักมีอากาศสะอาดกว่า แลกกับความชื้นและฝนตก ดูสภาพอากาศรายเดือนได้ที่ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวไทย แล้วตัดสินใจเรื่องวันเดินทางร่วมกับแพทย์
เมื่อถึงที่หมาย ให้ติดตั้งแอปตรวจคุณภาพอากาศ: IQAir AirVisual หรือ Air4Thai แอปฟรีของกรมควบคุมมลพิษ ที่แสดงดัชนีคุณภาพอากาศและค่า PM2.5 รายสถานี ดูสักครั้งตอนเช้า แล้ววันที่ค่าเป็นสีแดงก็กลายเป็นวันเข้าพิพิธภัณฑ์ นวด หรือเดินห้าง
เที่ยวกรุงเทพฯ (กรุงเทพมหานคร) โดยไม่หมดแรง
กรุงเทพฯ เที่ยวได้สบาย ๆ แม้จะเดินช้าเหมือนมด กฎง่าย ๆ มีดังนี้:
- ขึ้นรถไฟฟ้าแทนการเดินบนทางเท้า BTS (ลอยฟ้า) และ MRT (ใต้ดิน) มีเครื่องปรับอากาศ ทุกสถานี MRT มีลิฟต์ แต่ BTS ไม่ได้มีลิฟต์ทุกสถานีและไม่ใช่ทุกทางออก ชานชาลาอยู่สูงจากถนนมาก และบันไดอาจยาว ดูก่อนลงว่าทางออกไหนมีลิฟต์
- เรียก Grab แทนการเดิน แปดร้อยเมตรท่ามกลางอากาศ 34 องศา บนทางเท้าที่ขรุขระ คุ้มค่ากับการเรียกรถผ่านแอป
- นั่งเรืออย่างระมัดระวัง บนแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya) ลมพัดเย็นและได้นั่ง แต่ท่าเรือลอยน้ำโยกไปมาและการขึ้นเรือต้องรวดเร็ว หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน และรับมือที่พนักงานยื่นมาช่วย
- พักในห้างสรรพสินค้า แอร์เย็น ม้านั่ง ห้องน้ำสะอาด ร้านอาหาร: ห้างใหญ่คือโอเอซิสอย่างไม่เป็นทางการของเมือง การพักไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นกลยุทธ์
การเลือกย่านก็สำคัญ ใน The Season of Breath Mr Schaka เล่าว่าครั้งหนึ่งเขาเลือกพักย่านเก่าบางลำพู (Banglamphu) ย่านอาคารเตี้ยที่ “แทบไม่มีบันได” และเลือกโรงแรมที่เขาเช็กแล้วว่ามีลิฟต์ก่อนจอง รายละเอียดเรื่องรถไฟฟ้าและเรืออยู่ใน การเดินทางในกรุงเทพฯ
รู้ไว้ก่อน: เพื่อวางแผนเส้นทางสั้น ๆ และไม่ต้องเดินอ้อม ลองติดตั้งแอปฟรี Thaïlande en poche ของ Mr Schaka ติดตั้งได้จากเว็บไซต์โดยตรง และรวมแผนที่กับที่อยู่จากคู่มือไว้ด้วยกัน ช่วยให้รู้ล่วงหน้าว่าสถานที่อยู่ห่างแค่สองก้าวหรือสองกิโลเมตร
วัด: นับขั้นบันไดก่อนขึ้น
วัดไทยชอบที่สูง ก่อนออกเดินทาง ควรรู้ว่าจะเจออะไร:
- วัดอรุณ (Wat Arun, กรุงเทพฯ) บันไดของพระปรางค์องค์ใหญ่แคบ ชันมาก และยิ่งขึ้นยิ่งชัน ราวจับมีน้อย นักท่องเที่ยวขึ้นได้ถึงลานชั้นกลางเท่านั้น วัดนี้งดงามไม่แพ้กันเมื่อมองจากด้านล่าง หรือจากฝั่งตรงข้ามตอนพระอาทิตย์ตก
- ภูเขาทอง (วัดสระเกศ, Wat Saket, กรุงเทพฯ) 344 ขั้น แต่เป็นทางวนรอบเนินที่ลาดชันน้อย ขึ้นแต่เช้า เดินตามจังหวะของตัวเอง และหยุดพักได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
- ดอยสุเทพ (Doi Suthep, เชียงใหม่) บันไดนาคอันโด่งดังมี 306 ขั้น ข่าวดีคือมีกระเช้าแบบรางเลื่อนขึ้นไปถึงวัด ค่าบริการประมาณ 50 บาทสำหรับชาวต่างชาติ (ควรตรวจสอบราคาที่หน้างาน)
- วัดโพธิ์และพระบรมมหาราชวัง แทบไม่มีบันได แต่กว้างใหญ่ และพื้นหินสะท้อนความร้อน ควรไปตั้งแต่เปิด
เกาะ ชายหาด และโรงแรม: เลือกที่ราบ
เกาะหลายแห่งมีภูเขาอยู่ตรงกลาง แต่ริมทะเลมักเป็นที่ราบ เลือกโรงแรมที่อยู่ระดับเดียวกับชายหาด ดีกว่าบังกะโลบนไหล่เขาที่ดูสวยในรูปแต่ต้องเดินขึ้นบันไดหลายสิบขั้น จุดชมวิวชื่อดังต้องแลกด้วยแรงขา: ที่เกาะพีพี (Koh Phi Phi) ต้องขึ้นบันไดคอนกรีตราว 320 ขั้น แล้วต่อด้วยทางเดินชัน กว่าจะถึงจุดชมวิว
เรื่องโรงแรม ทั้งในเมืองและบนเกาะ อย่าคิดเอาเอง โรงแรมเล็กและตึกแถวหลายแห่งไม่มีลิฟต์ ส่งข้อความถามก่อนจอง และขอห้องชั้นล่างหรือห้องใกล้ลิฟต์
เครื่องบินและประกัน: สิ่งที่ต้องเตรียมล่วงหน้า
อย่างที่ Mr Schaka เล่าไว้ในหนังสือ อากาศในห้องโดยสารเครื่องบินคล้ายอากาศบนภูเขา มีออกซิเจนน้อยกว่า ปอดที่แข็งแรงจะไม่รู้สึก แต่ปอดอื่นรู้สึก หากแพทย์เห็นว่าคุณต้องใช้ออกซิเจนระหว่างบิน ต้องติดต่อสายการบินล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ละสายการบินมีกฎของตัวเอง: แบบฟอร์มทางการแพทย์ที่แพทย์กรอก อนุญาตเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาหรือไม่ จำนวนแบตเตอรี่ และระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า (มักอย่างน้อย 48 ถึง 72 ชั่วโมง) สอบถามทันทีที่จอง และอย่าลืมขอบริการช่วยเหลือที่สนามบิน เพราะทางเดินยาวมาก
ส่วนประกันเดินทาง โรคที่เป็นอยู่ก่อนทำประกันโดยทั่วไปต้องแจ้งจึงจะได้รับความคุ้มครอง โรคปอดเรื้อรังมักต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม และโรคที่ไม่ได้แจ้งอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง อ่านกรมธรรม์ เปรียบเทียบหลายบริษัท และตรวจสอบเงื่อนไขก่อนเดินทาง
รู้ไว้ก่อน: พกยาไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องพร้อมใบสั่งยา และขอให้แพทย์เขียนจดหมายภาษาอังกฤษสรุปอาการของคุณ กฎการนำเข้ายาบางชนิดอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย
ช่วงไหนดีที่สุดถ้าเหนื่อยหอบง่าย?
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน หลายคนเลี่ยงเดือนเมษายน (ร้อน) และช่วงฝุ่น PM2.5 สูง (ธันวาคมถึงมีนาคมในกรุงเทพฯ มกราคมถึงเมษายนในภาคเหนือ) พฤศจิกายนมักเป็นทางเลือกที่ลงตัว ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ของคุณ
รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ มีลิฟต์ไหม?
MRT มีทุกสถานี ส่วน BTS ไม่ได้มีทุกที่และไม่ใช่ทุกทางออก ควรตรวจสอบก่อนลง
เลี่ยงบันไดที่ดอยสุเทพได้ไหม?
ได้ มีกระเช้าขึ้นไปถึงวัด ราว 50 บาท (ตรวจสอบราคาที่หน้างาน)
ขอออกซิเจนบนเครื่องบินได้ไหม?
บางครั้งได้ ขึ้นอยู่กับสายการบิน ต้องแจ้งล่วงหน้าพร้อมใบรับรองแพทย์ ปรึกษาแพทย์ก่อน แล้วติดต่อสายการบินตั้งแต่เนิ่น ๆ














